เครื่องคำนวณจุดลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน

ถัดไป

จุดลดดอกเบี้ย (discount points) คือดอกเบี้ยที่จ่ายล่วงหน้า คุณจ่ายเงินสดให้ผู้ให้กู้ในวันทำสัญญาเพื่อแลกกับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงตลอดอายุสินเชื่อ คำถามคือการแลกนี้คุ้มหรือไม่ ขอบอกให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าจุดลดดอกเบี้ยเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านของสหรัฐอเมริกา ธนาคารในไทยไม่ได้ขายในรูปแบบนี้ เครื่องคำนวณนี้เปรียบเทียบสองสถานการณ์เคียงกัน คือสินเชื่อที่อัตราเดิม กับสินเชื่อก้อนเดียวกันที่อัตราลดลงหลังซื้อจุด แล้วบอกค่างวดที่ประหยัดได้ต่อเดือน เดือนที่คุ้มทุน และดอกเบี้ยรวมที่ประหยัดได้หากถือสินเชื่อจนครบสัญญา

วิธีประเมินจุดลดดอกเบี้ย

  1. 1

    ใส่วงเงินกู้และระยะเวลาผ่อน

    ตัวอย่างเช่น 3,000,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี เครื่องคำนวณอ่านเฉพาะตัวเลข จึงใช้ได้กับทุกสกุลเงิน

  2. 2

    ใส่อัตราดอกเบี้ยทั้งสองแบบ

    อัตราแบบไม่ซื้อจุด (เช่น 6.5%) และอัตราแบบซื้อจุด (เช่น 6.0%) หลักคร่าว ๆ คือ 1 จุดลดอัตราดอกเบี้ยได้ราว 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์

  3. 3

    ใส่ค่าใช้จ่ายของจุด

    1 จุดเท่ากับ 1% ของวงเงินกู้ ดังนั้น 2 จุดของสินเชื่อ 3,000,000 บาท เท่ากับ 60,000 บาทที่ต้องจ่ายวันทำสัญญา

  4. 4

    อ่านจุดคุ้มทุนและยอดประหยัดรวม

    เงินที่ประหยัดได้ต่อเดือนคูณจำนวนเดือนที่ถือสินเชื่อ ต้องมากกว่าค่าจุดเสียก่อน จึงจะเริ่มมีกำไรสุทธิ ส่วนยอดประหยัดรวมนั้นคิดบนสมมติฐานว่าคุณผ่อนจนครบสัญญา

เมื่อไรที่ซื้อจุดแล้วคุ้ม และเมื่อไรที่เป็นการเสียเงินเปล่า

การซื้อจุดจะคุ้มก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขสองข้อพร้อมกัน คือคุณถือสินเชื่อไว้ (ไม่ขายบ้านและไม่รีไฟแนนซ์) เลยเดือนคุ้มทุนไปแล้ว และเงินสดก้อนนั้นไม่มีทางใช้ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า

จุดลดดอกเบี้ยในประเทศไทย

ธนาคารไทยไม่ได้ขายจุดลดดอกเบี้ยแบบอเมริกัน สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ

  • ค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ (front-end fee) จ่ายครั้งเดียวตอนอนุมัติ แต่เป็นค่าธรรมเนียมดำเนินการ ไม่ได้ซื้ออัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลง
  • ดอกเบี้ยคงที่ช่วงแรก อัตราต่ำใน 1 ถึง 3 ปีแรกแล้วค่อยลอยตัว เป็นโปรโมชันของธนาคาร ไม่ใช่สิ่งที่คุณจ่ายเงินซื้อ
  • รีเทนชันและรีไฟแนนซ์ วิธีลดดอกเบี้ยจริงในไทยคือขอปรับลดอัตรากับธนาคารเดิม หรือย้ายไปธนาคารใหม่เมื่อพ้นช่วงห้ามไถ่ถอนก่อนกำหนด

ถึงอย่างนั้น เครื่องคำนวณนี้ยังใช้ได้กับทุกข้อเสนอที่มีลักษณะว่า “จ่ายก้อนหนึ่งวันนี้ แลกกับค่างวดที่ถูกลง” ไม่ว่าจะเรียกชื่ออะไร

ตัวอย่าง: สินเชื่อ 3,000,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 30 ปี

อัตราแบบไม่ซื้อจุด อัตราแบบซื้อ 2 จุด ค่าใช้จ่ายของจุด ประหยัดต่อเดือน จุดคุ้มทุน
6.5% 6.0% 60,000 บาท 975.50 บาท เดือนที่ 62
7.0% 6.5% 60,000 บาท 997.00 บาท เดือนที่ 61
7.5% 6.875% 60,000 บาท 1,268.60 บาท เดือนที่ 48

ในแถวแรก คุณต้องถือสินเชื่อไว้อย่างน้อย 5 ปี 2 เดือนจึงจะได้เงิน 60,000 บาทคืนครบ หลังจากนั้นทุกเดือนคือดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ล้วน ๆ และตลอด 30 ปีเต็มจะเหลือกำไรสุทธิราว 291,000 บาทหลังหักค่าจุดที่จ่ายไปตอนแรก

จุดคุ้มทุนแบบเข้าใจง่าย

เดือนคุ้มทุน = ค่าใช้จ่ายของจุด ÷ เงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน แล้วปัดขึ้น ตัวเลขนี้บอกเดือนที่คุณได้เงินก้อนแรกคืนครบพอดี หลังจากเดือนนั้นคือกำไร ก่อนหน้านั้นคือยังขาดทุน

เมื่อไรที่ไม่ควรซื้อจุด

  • เมื่อคุณคิดจะขายบ้านหรือรีไฟแนนซ์ภายใน 5 ปี จุดคุ้มทุนส่วนใหญ่ตกอยู่ที่ 4 ถึง 7 ปี การขายก่อนกำหนดแปลว่าคุณจ่ายเต็มไปแล้วแต่เก็บเกี่ยวเงินที่ประหยัดได้เพียงบางส่วน
  • เมื่อเงินสดตึงตัวในวันทำสัญญา จุดกินเงินสำรองของคุณ การเก็บ 60,000 บาทไว้เผื่อฉุกเฉินมักมีค่ามากกว่าการประหยัดราว 980 บาทต่อเดือนไปอีก 30 ปี
  • เมื่อผู้ขายเป็นคนออกค่าใช้จ่ายวันโอน ถ้าส่วนลดจากผู้ขายครอบคลุมค่าจุดอยู่แล้ว ลองเช็กว่าเปลี่ยนเป็นการลดราคาบ้านก้อนใหญ่กว่าได้หรือไม่ บางกรณีได้ บางกรณีไม่ได้ ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมของตลาดนั้น
  • เมื่อมีการเสนอจุดติดลบ (เครดิตจากผู้ให้กู้) กรณีนี้กลับด้านการคำนวณ ผู้ให้กู้จ่ายเงินให้คุณเพื่อแลกกับการที่คุณยอมรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจเป็นทางเลือกที่ดีในระยะสั้นถ้าคุณวางแผนจะรีไฟแนนซ์อยู่แล้ว

การจัดการทางภาษี

ในไทย ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาทต่อปี แต่ค่าธรรมเนียมที่จ่ายครั้งเดียวไม่ถือเป็นดอกเบี้ย จึงนำมาลดหย่อนไม่ได้ ข้อได้เปรียบทางภาษีของจุดที่มักพูดถึงกันในสหรัฐฯ จึงไม่มีอยู่ในไทย หากยอดเงินสูงมาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

สูตรคิดเร็วในหัว

ถ้าจุดคุ้มทุนต่ำกว่า 5 ปี และคุณมั่นใจว่าจะอยู่บ้านหลังนี้ 10 ปีขึ้นไป ให้ซื้อจุด ถ้าจุดคุ้มทุนเกิน 7 ปี และอนาคตยังไม่แน่นอน อย่าซื้อ ส่วนช่วงตรงกลางนั่นแหละคือจุดที่การเปรียบเทียบสถานการณ์ในเครื่องคำนวณนี้มีค่าที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

1 จุดมีค่าเท่ากับ 1% ของวงเงินกู้ จ่ายในวันทำสัญญา และมักลดอัตราดอกเบี้ยลงราว 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ อัตราส่วนนี้แตกต่างกันไปตามผู้ให้กู้ ประเภทผลิตภัณฑ์ และภาวะตลาด จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนในเอกสารเสนอสินเชื่อทุกครั้ง

ไม่ได้ขายในรูปแบบนี้ สินเชื่อบ้านในไทยใช้ค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยคงที่ช่วงแรก และการขอรีเทนชันหรือรีไฟแนนซ์แทน ไม่มีตัวใดที่เป็นการจ่ายเงินก้อนเพื่อซื้ออัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงโดยตรง แต่คุณยังใช้เครื่องคำนวณนี้เทียบข้อเสนอที่แลกเงินก้อนกับค่างวดที่ถูกลงได้

จุดคุ้มทุน (เป็นเดือน) เท่ากับค่าใช้จ่ายรวมของจุด หารด้วยค่างวดที่ประหยัดได้ต่อเดือน ถ้าค่าจุดคือ 60,000 บาท และประหยัดได้เดือนละ 1,000 บาท จุดคุ้มทุนคือ 60 เดือน ถือสินเชื่อนานกว่านั้นเมื่อไร การซื้อจุดก็เป็นบวกสุทธิ

จุดคุ้มทุนแบบง่ายนี้ไม่ได้คิด หากรวมต้นทุนค่าเสียโอกาสของเงินก้อนที่จ่ายล่วงหน้า (เช่นดอกเบี้ยเงินฝากหรือผลตอบแทนการลงทุนที่หายไป) จุดคุ้มทุนจะเลื่อนออกไปอีกหลายเดือน สำหรับจุดจำนวนน้อยผลกระทบมักเล็กน้อย แต่ก็ควรรู้ไว้

ไม่มีข้อมูลใดจากเครื่องคำนวณนี้ออกจากเบราว์เซอร์ของคุณ ตัวเลขเปรียบเทียบถูกคำนวณในเครื่องระหว่างที่ใช้งาน และถูกลบทิ้งเมื่อคุณปิดแท็บ

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

เครื่องคำนวณขนาดเครื่องลดความชื้น

ประเมินกำลังเครื่องลดความชื้นแบบเคลื่อนย้ายได้จากพื้นที่และระดับความชื้นตามคำแนะนำ ENERGY STAR ปัจจุบัน

เครื่องคำนวณเลขยกกำลัง

คำนวณฐานยกด้วยเลขชี้กำลังที่เป็นจำนวนเต็ม ทศนิยม จำนวนลบ หรือเศษส่วน ความแม่นยำเต็มและสัญกรณ์วิทยาศาสตร์สำหรับผลลัพธ์ที่ใหญ่หรือเล็กมาก

เครื่องคำนวณความยาวสายพาน

คำนวณความยาวอ้างอิงแบบพิตช์ ดาตัม หรือประสิทธิผลของสายพานเปิดอย่างแม่นยำ จากเส้นผ่านศูนย์กลางอ้างอิงของพูลเลย์สองตัวและระยะศูนย์เพลา

เครื่องคำนวณขนาดตู้ปลา

คำนวณปริมาตรตู้ปลาเป็นแกลลอนสหรัฐและลิตรจากขนาดด้านในของตู้เป็นนิ้ว พร้อมน้ำหนักของน้ำเมื่อเติมเต็มเป็นปอนด์และกิโลกรัม

เครื่องคำนวณขนาดท่อลม

ประมาณขนาดท่อลมกลมหรือสี่เหลี่ยมจากอัตราการไหลและความเร็วเป้าหมาย หรือตรวจสอบความเร็วลมในท่อเดิมด้วยหน่วยเมตริก

เครื่องคำนวณความจุกระบอกสูบเครื่องยนต์

คำนวณความจุเครื่องยนต์จากความกว้างกระบอกสูบ ระยะชัก และจำนวนสูบ รับค่ารวมเป็น cc ลิตร และลูกบาศก์นิ้ว พร้อมปริมาตรต่อสูบได้ทันทีในเบราว์เซอร์

เครื่องมือนี้มีให้บริการในภาษาอื่น